เซราฟิม - 02
posted on 05 Mar 2008 00:38 by penzacola in Fiction- ทั้งนี้ขอเรียนให้ท่านผู้อ่านรับทราบล่วงหน้าว่าตัวละครทั้งหมดสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษนะครับ -
หลังจากหลีกเลี่ยงการปะทะกับเรือดำน้ำลาดตระเวนมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ทีมจู่โจมก็เข้ามาถึงอ่าวโอซาก้า ห่างจากสนามบินคันไซ ไปทางตอนใต้เพียงเล็กน้อย
เซฟิม หันไปมองจอโซน่าเชิงรับ ก็เห็นแต่สัญญานของหน่วยลาดตระเวนญี่ปุ่น
พวกเขาไม่สามารถจะไปต่อได้สบาย ๆ อีกแล้ว ผู้กอง เบอร์แมน และลูกทีม
นั่งเงียบสนิทเพื่อไม่ให้โซน่าของข้าศึกตรวจเจอสัญญาณเสียง
เขาเปิดกระเป๋าใบหนึ่งซึ่งคาดอยู่ที่เข็มขัดออกแล้วหยิบขวดยาออกมาเทใส่มือสองเม็ด
ก่อนโยนใส่ปากแล้วกลืนมันลงไป
"ถึงสนามบิน คันไซ แล้วค่ะ" เซฟิม พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ลูกทีมของ ผู้กอง เบอร์แมน จึงหยิบยาชนิดเดียวกันออกมากลืนลงไปด้วย ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน ยานพาหนะค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นในสภาพล่องหน จนมันบินสูงเหนือระดับน้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตร สนามบินคันไซ ตั้งตระหง่านอยู่ทางด้านขวามือของพวกเขา แสงไฟจากตัวอาคารค่อย ๆ สว่างขึ้นขณะที่ท้องฟ้ากำลังมือลง เรือเล็กลาดตระเวนของญี่ปุ่นจำนวนมากวิ่งกันขวักไขว่ ขณะที่เครื่องบินตรวจการอัตโนมัติหลายสิบลำ กำลังรักษาความปลอดภัยอยู่รอบสนามบิน
"เอาล่ะ ไปกันเถอะ" ผู้กอง เบอร์แมน พูดจบ ยานพาหนะก็ปรากฏรูปร่างขึ้น มันมีลักษณะคล้ายรถยนต์สีดำไม่มีล้อ ลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยเครื่องสร้างแรงอัดกำลังสูงสองเครื่องใต้ตัวถัง ประตูข้างเปิดออกทันที หน่วยจู่โจมทั้งหน่วยกระโดดลงไปในน้ำโดยเร็วก่อนแสงไฟกำลังสูงจะส่องมาจากเรือตรวจการของญี่ปุ่น แล้วสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นกึกก้องทั่วบริเวณ บรรยากาศของทะเลสาบ โอซาก้า ยามพลบค่ำสว่างไสวขึ้นด้วยแสงไฟซึ่งกำลังส่องไปรวมที่ยานพาหนะคันนั้น เซฟิม ไม่รอช้า เธอเปิดระบบพรางตัวในทันที แต่กองทัพญี่ปุ่นยังสามารถตรวจจับตำแหน่งของเธอได้จากเรดาร์ความละเอียดสูงอย่างแม่นยำ เรือลาดตระเวนขนาดเล็กเริ่มเปิดฉากยิงปืนสะเปะสะปะ ถึงแม้จะไม่เห็นเป้าหมายด้วยตาเปล่า แต่ภาพจากจอเรดาร์นั้นก็ให้ทิศทางคร่าว ๆ กับพลปืนได้เป็นอย่างดี เซฟิม บังคับยานล่องหนพุ่งตรงไปทาง สนามบินคันไซ กระสุนนัดแล้วนัดเล่า เจาะทะลุตัวถังยานพาหนะเข้ามาจนในที่สุดมันก็เสียความสามารถในการพรางตัว สัญญาณเตือนการจับเป้าหมายของอาวุธนำวิถีดังขึ้น เซฟิม ทุบกระจกซึ่งครอบปุ่มแดงด้านหน้าเธอเอาไว้แล้วกดปุ่มนั้นทันที เธอหันหัวยาน ตรงไปยังคลังน้ำมันแล้วรีบกระโดดออกปล่อยให้มันเหาะข้ามกำแพงกันคลื่นเข้าไปในบริเวณสนามบิน ยานพาหนะชนเข้ากับตาข่ายพลังงานซึ่งป้องกันคลังน้ำมันเอาไว้ แต่ในเสี้ยววินาทีก่อนมันจะตกลงสู่พื้น มันก็ระเบิดตัวเองขึ้นอย่างรุนแรงเกินกำลังป้องกันของตาข่าย ส่งผลให้คลังน้ำมันบางส่วนระเบิดขึ้นและเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เซฟิม ลุกขึ้นยืนหลังจากการระเบิดหยุดลง เธอสังเกตเห็นทหารราบและยานเกราะกลุ่มหนึ่งกำลังข้ามสะพาน ขณะที่อีกกลุ่มกำลังวิ่งมาจากทางอาคารผู้โดยสาร เธอรีบกระโดดออกจากจุดที่เธอยืนเพราะได้ยินเสียงกระสุนปืนใหญ่กำลังพุ่งตรงมา มันตกกระทบพื้นในจุดที่เธอเคยยืนอยู่อย่างแม่นยำจนก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่บนพื้นและรอยแตกบนกำแพงข้าง ๆ
"ขณะนี้กองกำลังป้องกันชายฝั่งญี่ปุ่นได้ล้อมคุณไว้รอบทิศแล้ว คุณมีสิทธิได้รับการคุ้มกันในฐานะเชลยสงคราม กรุณายอมจำนนแต่โดยดี" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากลำโพงบนเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ไกลออกไป เซฟิม ไม่ได้ให้ความสนใจกับเสียงนั้น เธอวิ่งไปยังตู้สินค้าตู้หนึ่งแล้ววางมือขวาของเธอประกบกับพื้นผิวของมัน ตู้สินค้าตู้นั้นและแขนของเธอ สลายเป็นเม็ดทรายอย่างรวดเร็วก่อนจะรวมตัวกันเป็นปืนกลอัตโนมัติขนาดใหญ่พอ ๆ กับตัวเธอสองกระบอก เซฟิม หยิบกระบอกหนึ่งขึ้นด้วยมือซ้าย ขณะที่อีกกระบอกหนึ่งนั้นรวมกันเป็นชิ้นเดียวกับมือขวา เธอรีบวิ่งตรงไปยังสะพานโดยมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงรอบตัวเธอตลอดเวลา ระยะทางจากคลังน้ำมันไปยังสะพานนั้นไกลถึงสี่กิโลเมตร แต่เธอกลับใช้เวลาเพียงห้านาทีในการวิ่งครึ่งทางแรก ทว่าเธอต้องชะงักลงเมื่อเครื่องบินรบลำหนึ่งทะยานตรงลงมาทางเธอพร้อมห่ากระสุนห้าสิบมิลลิเมตรและขีปนาวุธนับสิบ เธอใช้ปืนในมือขวายิงเครื่องบนลำนั้นตกลงมาขณะที่ปืนในมือซ้ายยิงขีปนาวุธให้ระเบิดไปในอากาศพร้อมทั้งเอี้ยวตัวหลบทิศทางของกระสุนทั้งหมด เครื่องบินลำนั้นพุ่งตกลงไปใส่ปีกตกวันตกของอาคารผู้โดยสาร หูของ เซฟิม ได้ยินเสียงกรีดร้องของพลเรือนจากภายใน เธอจึงรีบวิ่งไปยังจุดตกก่อน ทว่าทหารราบที่วิ่งออกมาจากอาคาร สาดกระสุนจากปืนยาวในมือพวกเขาตรงมายังเธอทันทีที่เข้าไปในระยะ ทหารเหล่านั้นหลบเข้าที่กำบังทันทีเมื่อเธอหันปืนไปทางพวกเขา แล้วทหารอีกชุดที่ซ่อนอยู่บนหลังคาก็ออกมาสาดกระสุนใส่เธอต่อ เซฟิม จึงล้มเลิกการเข้าไปช่วยเหลือพลเรือนแล้ววิ่งหลบกระสุนตรงไปยังสะพาน ทว่า...
"ม้าไม้เรียกแครอท" เสียงสัญญาณวิทยุเข้ารหัสดังขึ้นในหัวเธอ
"แครอทยังเขียวอยู่" เธอส่งสัญญาณตอบกลับไปโดยไม่ต้องพูด ขาทั้งสองกำลังจ้ำเต็มกำลังเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังสะพาน
"หิ่งห้อยยังอยู่ในป่า" เสียง ผู้กอง เบอร์แมน ตอบกลับมาอีก
"หิ่งห้อยไม่ยอมกินแครอท" เซฟิม ถามเพื่อรับการยืนยัน
"หิ่งห้อยไม่ยอมออกไปกินแครอท"
ผู้กอง ยืนยันอีกครั้ง เพื่อสื่อความหมายว่ากองทหารที่ป้องกันศูนย์วิจัย
ไม่ยอมเคลื่อนกำลังออกมาคุ้มกันสนามบิน ขณะนั้นเวลาก็ได้ล่วงมาถึงสองทุ่มแล้ว...