เซราฟิม - 06
posted on 05 Mar 2008 00:38 by penzacola in Fiction- ทั้งนี้ขอเรียนให้ท่านผู้อ่านรับทราบล่วงหน้าว่าตัวละครทั้งหมดสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษนะครับ -
การต่อสู้เริ่มยืดเยื้อและกินเวลานานขึ้น
เซฟิม เริ่มรู้สึกว่าเธอไม่สามารถทำอันตราย เดวิด ในระยะประชิดได้ อีกทั้งขณะนี้
ทหารในเครื่องแบบสีเทาและสีเขียวเริ่มทยอยกันมาปิดล้อมพื้นที่อยู่ห่าง ๆ
ด้วยยานเกราะและรถถังจำนวนมาก เธอเหลือบไปเห็นทหารบนอาคารหลังหนึ่งกำลังเตรียมเครื่องยิงจรวด
จึงหันปากกระบอกปืนยิงลำแสงไปทางนั้น เดวิด เห็นช่องว่างจึงกระโจนใส่เธอ
มือซ้ายดันปืนแขนขวานั้นเอาไว้ แล้วรีบใช้มีดในมือขวาปาดคอเธออย่างไร้ปรานี
"เสร็จกูล่ะ"
เขาตะโกนพลางใช้มีดกระหน่ำจ้วงร่างของเธอไม่ยั้ง
ของเหลวสีน้ำเงินกระจายออกมาเต็มไปหมด แต่ทว่า เดวิด
ก็ต้องชะงักเมื่อแผลเหวอะที่คอของเธอสมานตัวมันเองในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที
เซฟิม ได้จังหวะจึงถีบเดวิดลอยขึ้นไปในอากาศแล้วยิงลำแสงใส่เขา
แสงสีฟ้านั้นพุ่งตัดแขนซ้ายของเดวิดกระจุยหายไปในทันที และนั่น
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ เดวิด ได้ลิ้มรสความเจ็บ
ลำแสงนั้นไม่ได้เพียงแต่สร้างแผลที่ไม่ยอมรักษาตัวเอง
แต่มันทำให้ระบบสั่งการเส้นประสาทของเขาหยุดทำงานอีกด้วย เดวิด ตกลงมาถึงพื้นแล้วดิ้นพล่านด้วยความทรมาน
เลือดสาดทะลักออกจากแผลเหวอะบนหัวไหล่ซึ่งเคยเป็นแขนขวาของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เมื่อทหารรอบข้างเห็นดังนั้น ก็รีบยิงสนับสนุนเพื่อไม่ให้ เดวิด
โดนโจมตีโดยปราศจากทางสู้ แต่กระสุนของพวกเขาก็กระจายหายไปโดยไร้ความหมาย เซฟิม
รีบวิ่งเข้าไปหาร่างของ เดวิด ซึ่งกำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้น ทว่าทันใดนั้นเอง
เธอกลับรู้สึกหน้ามืด สัญญาณเตือนระดับพลังงานในร่างกายต่ำจนถึงขีดสุดทำให้เธอรู้ว่า
สภาพของเธอตอนนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าและ ไฮโดเจนในร่างกายซึ่งเก็บไว้ได้นานเป็นเดือนจนแทบเกลี้ยงสนิท
ปืนในมือซ้ายของเธอสลายเป็นทรายแล้วกลับมารวมกันเป็นปืนกลธรรมดาที่เคยใช้อยู่ก่อนหน้านี้
ประกายแสงสีแดงที่ส่องออกมาจากนัยน์ตาดับลง กระสุนปืนที่ตรงเข้ามาไม่ถูกสลายไปเหมือนก่อน
มันพุ่งทะลุผิวหนังของเธอเข้าไปหลายนัดขณะที่เธอพยายามวิ่งหาที่กำบังสุดชีวิต เธอเพิ่งจะสังเกตว่าขณะนี้กระสุนปืนใหญ่ที่กระหน่ำเข้ามานั้นหยุดไปแล้ว
เธอเหลียวหลังไปมอง ก็เห็นรถหุ้มเกราะคันหนึ่งพุ่งเข้ามากลางวงล้อม
แล้วมีคนสองคนวิ่งลงมาหามร่างของ เดวิด
ขึ้นรถรีบเร่งออกจากบริเวนนั้นไปอย่างรวดเร็ว
เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้รอดจากสถานการณ์นี้ เซฟิม
ครุ่นคิดขณะที่เธอวิ่งเข้าไปในอาคารอีกหลังหนึ่ง ร่างกายของเธอเริ่มรักษาตัวเองช้าลง
พลังงานที่เหลือนั้นยังใช้ได้อีกไม่กี่ชั่วโมง เธอเองยังประหลาดใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
แต่ขณะนี้ไม่ใช่เวลาจะวอกแวก เธอได้ยินเสียงโลหะกระทบกับคอนกรีต
ดังมาจากทางเข้าอาคาร ระเบิดมือลูกหนึ่งกลิ้งมาทางที่เธอกำลังยืนอยู่ เธอจึงกระโจนหลบไปหลังกำแพงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเหลือบไปเห็นหุ่นยนต์สอดแนมตัวหนึ่งกำลังบินตามเธอมา
ไม่นานเสียงปืนก็เริ่มดังขึ้นอีก
กระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนสาดเข้ามาในอาคารที่กำบังเธออยู่
วิถีกระสุนนั้นมุ่งตรงมายังเธอแทบทุกนัด เซฟิม พยายามยิงทำลายหุ่นยนต์สอดแนม
แต่ทุกครั้งที่ตัวหนึ่งพังไป
ก็จะมีอีกสองตัวมาแทนที่เสมอ เธอจึงได้แต่วิ่งหนีไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งมองหาวัสดุรอบตัวที่จะสามารถนำมาทำอาวุธหนักกว่าปืนที่เธอใช้อยู่ตอนนี้ได้ ขณะนั้นเองสัญญาณเตือนเวลาห้าทุ่มครึ่งก็ปรากฏขึ้นบนม่านตาของเธอ