เซราฟิม - 09

posted on 05 Mar 2008 00:38 by penzacola  in Fiction


- ทั้งนี้ขอเรียนให้ท่านผู้อ่านรับทราบล่วงหน้าว่าตัวละครทั้งหมดสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษนะครับ -

 


ชายสูงอายุรูปร่างกำยำในเครื่องแบบทหารสีฟ้าขาวเร่งฝีเท้านำหน้าทหารองครักษ์ประจำตัวสองนาย ซึ่งขนาบซ้ายขวาของเขาอยู่ ทั้งสามเดินฝ่ายเต็นท์สีเขียวหลังใหญ่หลายหลังซึ่งกางอยู่ทั่วสนามหญ้าหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าพวกเขาคือตู้สินค้าโลหะสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว นายพล แม็คไกวร์ รีบใช้มือขวาล้วงกระเป๋าเสื้ออย่างลุกลี้ลุกลน ขณะที่ทหารอารักขาประตูยืนตรงทำท่าวันยาหัตถ์แสดงความเคารพ ใบหน้าซึ่งมีหนวดเคราสีขาวงอกขึ้นมาหรอมแหรม กำลังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เขาสอดบัตรประตัวเข้าไปในแผงควบคุมข้างประตูแล้วใส่กดตัวเลข ประตูซึ่งถูกปิดด้วยเหล็กและแรงดันมหาศาลก็คลายตัวเปิดออกช้า ๆ ไอความเย็นสีขาว ๆ ค่อย ๆ แทรกออกมาจากด้านล่าง เมื่อประตูเปิดจนสุดมันก็เผยให้เห็นกลุ่มคนในเสื้อคลุมสีขาวประมานเจ็ดหรือแปดคน กำลังยืนตรวจอุปกรณ์รอบ ๆ และเร่งทำงานสำคัญบางอย่างในพื้นที่ซึ่งค่อนข้างจำกัด ตรงกลางตู้นั้น มีหลอดแก้วทรงกระบอกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อุณหภูมิในห้องทำให้เกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่โดยรอบ เผยให้เห็นเพียงของเหลวสีฟ้าข้างในเท่านั้น นายพล แม็คไกวร์ รีบเดินเข้าไปข้างในแล้วใส่รหัสผนึกประตู ทิ้งทหารองครักษ์ให้ยืนเฝ้าระวังอยู่ด้านนอก

"พวกคุณพบเธอเมื่อไหร่" นายพล แม็คไกวร์ เอ่ยถามขณะที่กลุ่มคนในชุดขาวกำลังง่วนอยู่กับแผงควบคุมจำนวนมากที่รายล้อมพวกเขาอยู่

"สามชั่วโมงที่แล้วครับ แต่แคปซูลเพิ่งมาถึงเมื่อชั่วโมงก่อน" ชายคนหนึ่งในคนกลุ่มนั้นตอบ

"ความเสียหายรุนแรงแค่ไหน" นายพล แม็คไกวร์ ถามต่อ

"พลังงานหลักและสำรองหมดสนิทครับ คอมพิวเตอร์ทั้งหมดและหน่วยประมวลผลกลางหยุดทำงาน เราต้องรีบู๊ทระบบของเธอใหม่เพื่อให้นาโนบอทเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ" ชายคนเดิมตอบ เขายื่นกระดานบันทึกประจำตัวมาให้ นายพล แม็คไกวร์ ยื่นมือไปรับแล้วก้มลงอ่านรายงานคร่าว ๆ

"ความเสียหายถาวรล่ะ" นายพล แม็คไกวร์ ถามต่อขณะที่กำลังกราดสายตาผ่านรายงาน เขาเหลือบตามขึ้นไปมองป้ายชื่อสีดำขาวบนหน้าอกชายคนที่กำลังสนทนากับเขาครู่หนึ่ง

"ไม่มีครับ เมื่อหน่วยประมวลผลกลางเริ่มทำงาน โปรแกรมทุกตัวจะดำเนินการซ่อมร่างกายตามข้อมูลสำรองที่บันทึกเอาไว้เมื่อร่างกายทำงานเป็นปกติครั้งล่าสุด..." ดอกเตอร์ นิคเคนท์ ตอบแล้วเดินไปลูบน้ำแข็งบนผิวกระจกของแคปซูลออกเป็นวงกลมแคบ ๆ เผยให้เห็น เซฟิม กำลังลอยอยู่ในของเหลวภายในโดยมีท่อและสายสัญญาณจำนวนมากเสียบระโยงรยางค์อยู่เต็มไปหมด ตามตัวของเธอนั้นเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ นายพล แม็คไกวร์ เห็นกับตาถึงกับอ้าปากค้าง

"พระเจ้าช่วย พวกมันทำได้ถึงขนาดนี้เชียวรึ" เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วกวาดเกล็ดน้ำแข็งออกเป็นบริเวณกว้างจนเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยตาเปล่า รอยบาดลึกและรูที่เกิดจากกระสุนปืนจำนวนมาก หัวไหล่ซ้ายบิดงอและเลื่อนออกมาด้านหน้าผิดธรรมชาติอย่างชัดเจน กระดูกแข้งด้านซ้ายหักเป็นมุมฉาก จนเส้นใยโลหะภายในแทงทะลุออกมาอย่างน่าสยดสยอง ขาทั้งสองของเขาอ่อนแรงจนแทบจะยืนตรงไม่ได้

"จริงอยู่ที่ความเสียหายทางกายจะซ่อมแซมได้หมดครับ แต่สำหรับ เซฟิม เองที่ต้องอยู่ในสภาวะบาดเจ็บขนาดนี้ ขณะที่ระบบปัญญาประดิษฐ์และหน่วยประมวลผลกลาง หยุดทำงานไปเป็นเวลาหลายชั่วโมงนั้น เราคงต้องเจอกับปัญหาสภาพจิตของเธอตามมาแน่นอน" ดอกเตอร์ นิคเคนท์ เสริมขณะที่เขากลับไปทำงานต่อ

"ศาสตราจารย์ อาเดล เขาคิดอะไรของเขานะ ทำไมจึงต้องเอาชีวิตจิตใจมาใส่ไว้ในตุ๊กตาสงครามแบบนี้ด้วย เขาไม่สงสารเธอบ้างเลยหรือไง" นายพล แม็คไกวร์ กล่าวขึ้นมาลอย ๆ ขณะที่มองไปยังใบหน้าหญิงสาวที่เคยงดงามอย่างไร้ที่ติ ตอนนี้มันบูดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

"เราตรวจพบซากนาโนบอทแปลกปลอมในเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสื้อผ้าของเธอด้วยนะครับ" ดอกเตอร์ นิคเคนท์ ชายตามามอง นายพล แม็คไกวร์แล้วเอ่ยขึ้น

"มันมีลักษณะคล้ายกับรุ่นที่ใช้ใน เซฟิม แต่มีความซับซ้อนมากกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว" เขาพูดต่อเมื่อเห็น นายพล แม็คไกวร์ นิ่งไปเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

"ศาสตราจารย์ อาเดล คงทิ้งผลงานเอาไว้อีกชิ้นก่อนเสียชีวิตไปสินะ..." นายพล แม็คไกวร์ ยกมือขวาขึ้นมาลูบผ่านคางสาก ๆ ที่เต็มไปด้วยหนวดเส้นสั้น ๆ ของเขา ทุกคนในห้องต่างเงียบแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ เขายืนครุ่นคิดด้วยใบหน้าที่กลัดกลุ้มอยู่สักพักแล้วจึงเดินออกไป...

 

-- จบตอนที่สอง --

< หน้าที่แล้ว - สารบัญ - หน้าถัดไป>