เมืองพุทธ

posted on 18 Mar 2008 20:50 by penzacola  in Mockery


เมืองพุทธ

วันนี้ผู้เขียนเข้าไปอัพเดทเหตุการณ์ปัจจุบันในเว็บ MThai อ่านข่าวคราวชาวบ้านชาวช่องไปพอเป็นพิธี แล้วก็ได้พบกับกระทู้นี้เข้าโดยบังเอิญ

บทความชื่อว่า "ทำไมคนพุทธ แต่ไม่รู้เรื่องพุทธ" เขียนโดยคุณ ลีลาวดี

http://webboard.mthai.com/7/2008-03-12/373481.html?60

ด้วยความเห็นส่วนตัวผมแล้วนั้น บทความนี้เขียนถึงพุทธศาสนาและความเชื่อที่รายล้อมอยู่ อย่างค่อนข้างจะเป็นกลาง ผู้เขียนอธิบายถึงความเสื่อมของพุทธศาสนิกชนในยุคปัจจุบันไว้พอประมาณ แล้วตบท้ายด้วยการตอกย้ำจิตสำนึก ให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการศึกษาพุทธศาสนา

บทความเกี่ยวกับศาสนาที่ค่อนข้างเป็นกลางนั้น สามารถหาอ่านได้ค่อนข้างยาก ชาวพุทธเองก็ยังต้องยอมรับว่า แม้บทความที่เขียนขึ้นโดยพระสงฆ์เองนั้น ปัจจุบันนี้ยังมีอยู่ไม่น้อยที่ขาดความเป็นกลางในการแสดงความเห็น

จึงถือว่าเป็นบทความที่นาน ๆ ทีจะได้เห็นในที่สาธารณะ (สามารถหาอ่านได้ง่ายหากค้นจากบันทึกเก่า ๆ ในอินเตอร์เน็ต หรือไปอ่านตามร้านหนังสือและห้องสมุด) ผมก็เลยให้ความสนใจกับความคิดเห็นกับผู้อ่านเป็นพิเศษ แล้วเริ่มเลื่อน Scroll Bar ด้านข้างลงไปอ่านจากความเห็นแรก ส่วนใหญ่ก็เป็นบทความแสดงความเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยในบางจุดบ้าง ก็เป็นธรรมดาของการแสดงความคิดเห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วยแล้วจะเป็นมิจฉาทิฏฐิอะไร ประกอบกับมีโฆษณายาลดน้ำหนักมหัศจรรย์มาด้วยประปราย ก็เข้าใจว่าทุกคนก็ต้องดินรนทำมาหากินกันเป็นเรื่องธรรมดา

แต่อ่านไปอ่านมา ก็โดนความเห็นแบบในรูปข้างล่างนี้ เตะลูกตาเข้าจนได้




ความเห็นนี้... เป็นความเห็นชั้นเซียนเลยครับ ผมเองต้องยกนิ้วโป้งให้สองนิ้ว สำหรับความสามารถสุดยอด ยอดสุดของ คุณมาม่าแมวสับ จริง ๆ ตลอดชีวิตการเป็นนักเขียนของผมเองนั้น ไม่เคยสามารถเขียนบทความอะไร ในหัวข้อที่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับมันเลยสักเสี้ยวเซลล์สมองเดียว ออกมาได้ยาวขนาดนี้มาก่อน ถ้ามาทำอาชีพนักเขียนนี่ บก. รักตายเลยครับ เขียนแบบนี้ดึงเรตติ้งได้กระฉูดทะลุเพดานบินแน่ เพราะธรรมชาติของตลาดงานเขียนนั้น ผู้อ่านโดยรวม ชอบอ่านความพินาศ บทความที่มีเนื้อหาเป็นเท็จ และการกล่าวอ้างแบบไม่ต้องมีหลักฐานประกอบอยู่แล้ว

หากมีผู้ใดอ่านความเห็นด้านบนแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับผู้เขียนความเห็นนี้ ผมแนะนำให้ท่านสงบสติอารมณ์เอาไว้ แล้วอย่าโพสท์ Comment เด็ดขาดครับ เพราะชื่อของท่านจะหม่นหมองไปโดยใช่เหตุ

แก่นแท้ของศาสนาพุทธคืออะไรนั้น ผมจะไม่กล่าวถึง เพราะบทความฟรีของท่าน พระธรรมโกษาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) ท่านอธิบายไว้ดีแล้ว ได้ถูกตีพิมพ์มานับรอบไม่ถ้วนอีกต่างหาก พิมพ์ไปก็รกพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ Exteen เสียเปล่า ๆ

กล่าวถึงความเข้าใจผิดในพุทธศาสนานั้น เป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง เพราะทุกบุรุษบุคคลและสรรพสิ่งบนโลกนั้น ล้วนต้องถูกเข้าใจผิดเป็นธรรมดา ทว่า การปล่อยให้ตัวเองเข้าใจผิดอยู่เป็นนิจนั้น เป็นกิจอันผู้เกิดเป็นมนุษย์ ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยอันทำให้เราเกิดมาแล้ว เสียชาติเกิดโดยไม่รู้ตัว

ชีวิตมนุษย์เรานั้น หากเฉลี่ยกันเอาสั่ว ๆ ตามแบบฉบับผม ก็อยู่ได้ประมาณ 60-80 ปีหากไม่ประสบอุบัติเหตุหรือโรคร้ายตายเสียก่อน จากประสบการณ์ตรงของผมนั้น ผมใช้เวลาอ่านหนังสือสรุป "พุทธศาสนาคืออะไร" เพียงแค่ครึ่งวันก็จบเล่ม ศึกษาเพิ่มเติมจากฉบับย่อของพระไตรปิฎกอีกสองวัน สนทนาธรรมกับพระตามกาล (แปลว่าเจอกันก็คุย) สรุปจำนวนเวลาที่ใช้ทำความเข้าใจศาสนาพุทธนั้น ตลอดชีวิตไม่ถึง 1 ปีก็ควรจะถึงภาคทฤษฎีได้หมด ภาคปฏิบัติเราไม่ต้องพูดกันเพราะต้องทำไปจนตาย

ขึ้นชื่อว่าเกิดในแผ่นดินไทย แผ่นดินพุทธแล้วนั้น เจียดเวลาในชีวิตสักนิดลองศึกษาพุทธศาสนาแบบจริง ๆ จัง ๆ ดูบ้างเถิดครับ ถึงแม้ว่าจะนับถือศาสนาอื่นก็คิดซะว่าหาความรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้าน ไว้ประดับบารมีบ้าง พบปะเข้าสังคมกับคนพุทธจะได้ดูมีเสน่ห์

ผมเองยังต้องอ่าน Bibleไว้คุยกับฝรั่งเลย เขาชอบนะเวลาเราเข้าใจความคิดเขาเนี่ย สมัยหนุ่ม ๆ ผมไม่มีความรู้เรื่อง God มากนัก ก็ปล่อยปละละเลย ไม่ได้ใส่ใจศึกษา เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ God ต่าง ๆ นานา จนได้มีโอกาสมาอ่านและทำความเข้าใจความเป็นไปของ ศาสนาคริสต์และอิสลาม ในภายหลังจึงรู้สึกอยากตบหน้าตัวเอง ที่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องในอดีตไปหลายเรื่อง เบ็ดเสร็จใช้เวลาศึกษาไม่นานหรอกครับ เพียงแค่ต้องตั้งใจอ่านอย่างไม่มีอคติ และสนทนากับเจ้าของศาสนาด้วยตนเองพอประมาณ

ศาสนาทุกศาสนาคือ "หนทาง" ครับ ไม่ใช่ "ความเชื่อ" หากท่านผู้อ่านเข้าถึงศาสนาใดศาสนาหนึ่งในโลกนี้แล้ว ย่อมเข้าใจข้อเท็จจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี และถ้าทุกคนในทุกศาสนา เข้าใจศาสนาของตนเองอย่างถ่องแท้แล้ว โลกเราก็ไม่เกิดความขัดแย้งทางศาสนาอย่างที่เป็นในปัจจุบันนี้หรอกครับ


สุดท้ายนี้ ขอบคุณผู้อ่านที่อดทนอ่านจนจบเช่นเคยนะครับ

Penz

ผิดพลาดประการใด ยินดีรับข้อเสนอแนะครับ

*เพิ่มเติม* เห็นคอมเมนท์หลายคอมเมนท์แล้วใจหายหน่อย ๆ จุดประสงค์จริง ๆ ของ Entry นี้คือต้องการอธิบายว่า ก่อนจะกล่าวโทษสิ่งใดนั้น ควรจะศึกษาและทำความเข้าใจแก่นแท้ ของสิ่งนั้น ๆ ที่เป็นประเด็นก่อน หรือแม้แต่อย่าตีขลุมอธิบายมาตามความเข้าใจจากสภาวะแวดล้อม โดยปราศจากการศึกษาให้เห็นด้วยตนเอง

สังคมเรานั้นเสื่อมถอยลง เพราะความเข้าใจผิด ทั้งที่ยังขาดการศึกษา และไตร่ตรอง พุทธศาสนาเอง ก็เสื่อมถอยลง เพราะศาสนิกชนเชื่อตามคำบอกเล่ากัน จนขาดการศึกษาให้เข้าใจเนื้อแท้ของพระธรรม ทำให้ผู้มีปัญญาที่ขาดความรอบคอบ เกิดเบื่อหน่ายศาสนาทั้งที่ยังไม่มีโอกาศได้ศึกษาคำสอนที่แท้จริง

ขออภัยที่ทำให้หลายท่านเข้าใจประเด็นผิดไปครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก็ช่างเขาเหอะ...ปล่อยให้เขาเป็นเพียงพุทธในทะเบียนบ้านต่อไป
เพราะมีคนอย่างเขาอยู่มั้ง....เจ้าของกระทู้เขาเลยเขียนกระทู้นั้นขึ้นมาsad smile
sad smile โอววว นี่หรือ เมืองพุทธ
ปล่อยให้มันเป็นบัวใต้ซีเมนต์ต่อไป
ก็เพราะยังเรียกประเทศไทยว่าเมืองพุทธอยู่ไงครับ
เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำไมเราถึงไม่รู้เรื่องพุทธ
แค่เริ่มต้นเราก็หลอกตัวเองแล้ว...
ขนาดแกนหลัก เริ่มต้นมาก็พราหมณ์กับมหายานจ๋ามาเชียว...

ขอบคุณสำหรับบทความครับ น่าศึกษาต่อ

#3 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-03-18 22:44

Tags นั่น.... sad smile

สำหรับผม ผมคิดว่า "ศรัทธาในลัทธิหรือศาสนาต่างๆของมนุษย์" มีพื้นฐานมาจากความเชื่อนะครับ

ขึ้นอยู่กับว่า

....จะเชื่อว่าลัทธิและศาสนานั้นๆให้แนวทางปฏิบัติ เพื่อเป็นคนดี และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข เป็นหลัก

หรือ

....จะเชื่อว่าลัทธิและศาสนานั้นมีอิทธิปาฏิหารย์ต่างๆ เป็นหลัก

แน่นอนว่ารวมถึงการจุดธูปไหว้สัตว์ที่พิการ หรือ ขูดเลขเด็ดบนต้นไม้ ก็เช่นกัน เพราะ คนเรา"เชื่อ"ไม่เหมือนกันครับ

หลายคนอาจจะ"ไม่เชื่อ"ในเรื่องแบบนี้
แต่ก็มีอีกหลายคน"เชื่อ"ในเรื่องแบบนี้เหมือนกัน

ในทำนองเดียวกัน หลายคนก็"เชื่อ"ที่จะปฏิบัติในการเป็นศาสนิกชนที่ดี อย่างแตกต่างกันครับ

ส่วนที่คุณPenzบอกว่าศาสนาทุกศาสนา คือ "หนทาง" ผมค่อนข้างเห็นด้วยครับ เพราะศาสนาให้แนวทางการปฎิบัติที่ให้คนทำความดี

ถ้าเป็นคอมเมนท์ที่ไม่ค่อยตรงประเด็นหรืออ่านแล้วงงๆ ก็ขอโทษนะครับ แหะๆๆ พิมพ์ๆลบๆไม่รู้มีตกหล่นไปบ้างรึเปล่า

#4 By SkyKiD on 2008-03-18 22:53

ศาสนากับชีวิตประจำวัน ถ้า blend กันได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ก็จะเป็นประโยชน์ครับ
เพียงแต่ในประเทศไทยปัจจุบัน ศาสนาเปลี่ยนรูปเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ 5555 ลองดูกระแสจตุคามฟีเวอร์สิ
(อ่อ แต่ผมก็ไม่นับถือศาสนาอะไรทั้งนั้นนะ รู้สึกว่าไม่อยากเอาตัวเองไปผูกกับอะไรที่เราไม่ได้ศรัทธามันแบบจริงๆจังๆ)

ลองดูการ์ตูนเรื่อง "พระพุทธเจ้า" ก็ได้มั้งครับ
เพราะผมก็ว่าคนทำก็ไม่ได้รู้เรื่องศาสนาพุทธมากดีพอที่จะ present ออกมาให้หลุดพ้นจากกรอบของความเหนือธรรมชาติและความงมงายที่ถูกผสมอยู่เพื่อให้เด็กกลืนง่าย (แต่ก็เป็นพิษ)

ตอนนี้ในบัตรประชาชนผมก็ยังเป็นพุทธอยู่ แต่ถ้าทำคราวหน้าผมก็คงเอาออกล่ะครับ (บอกทำไมเนี่ย 555+)
เพียงแต่เจ้าหน้าที่อำเภอจะหลุดพ้นจากกรอบที่ว่า "คนทุกคนบนโลกต้องนับถือศาสนา" หรือยัง

#5 By nanoguy on 2008-03-18 22:58

ถ้าหากหลักการของพุทธ ในการแสวงหาความจริง สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว
ดังตัวอย่าง มาม่าแมวสับ หากจะไม่นับถือศาสนาอะไรเลย แต่ดำเนินชีวิตตามหลักวิทยาศาสตร์
โดยส่วนตัว ผมว่า ยังดีกว่าการนับถืออะไรก็ไม่รู้ แล้วอ้างว่าเป็นพุทธ เอะอะอะไรก็พุทธโธยันเต

ตัวอย่างที่ มาม่าแมวสับ ยกมาในวรรคสุดท้ายนั้น จริงๆ ก็คือหลักในศาสนาพุทธนั่นแหละครับ
อยากเพิ่มโอกาสในการสอบติด (โดยไม่ลอกข้อสอบ) ก็ต้องอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียนให้มากเข้าไว้
การวิ่งรอกบนบานศาลกล่าวเจ้าพ่อเจ้าแม่ ขอให้สอบติด ไม่ใช่หลักการของพุทธ (ที่แท้จริง) แน่

จึงเกิดปรากฎการณ์ประหลาดๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือ

- ผู้ที่อ้างว่าตัวเองไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ แต่กลับมีการดำเนินชีวิตตามหลักพุทธโดยธรรมชาติ
และ
- ผู้ที่อ้างว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธ แต่กลับมีการดำเนินชีวิตอย่างปรุงแต่งผิดหลักพุทธสิ้นเชิง

เอวังด้วยประการฉะนี้ Hot!

#6 By Chubby Chocobo on 2008-03-18 23:20

ปัญหามีอยู่ว่า ผมเห็นด้วยกับนายมาม่าแมวสับ

นายมาม่าแมวสับคงจะ ไม่รู้ ว่า ศาสนาพุทธ คืออะไร
แต่เค้าพูดถูก ว่า วิถีพุทธ ในประเทศไทย มันเป็นยังไง

สุดท้ายแล้ว ผมว่านายมาม่าแมวสับ ไม่รู้ว่า จริงแล้ว ศาสนาพุทธ คืออะไร
แต่ก็ยังดีกว่า คนที่อ้างว่านับถือพุทธ แต่จริงๆแล้วไม่รู้ว่าพุทธ คืออะไร
เยอะ

ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่นายมาม่าแมวสับ ที่ไม่ได้นับถือพุทธ แล้วไม่รู้ว่าพุทธคืออะไร
แต่อยู่ที่คนที่คิดว่าตัวเองนับถือพุทธ แต่ไม่รู้ว่าพุทธคืออะไร
มากกว่านะ

ผมว่านายมาม่าแมวสับไม่ใช่ความเสื่อม
ความเสื่อมคือสังคมพุทธรอบตัว ที่ทำให้นายมาม่าแมวสับซึ่งเป็นคนนอก(น่าจะถือว่าเป็นคนนอกศาสนาพุทธ เพราะเขาไม่ได้สนใจจะนับถือศาสนาพุทธ) มองเห็นศาสนาพุทธ เป็นอย่างที่เค้าพูด
ดิฉันเองเชื่อนะค่ะว่าแต่ละศาสนาล้วนแล้วแต่สอนมนุษยทำความดีทั้งนั้น ดิฉันเองก็เป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง คิดดูดีๆ มุสลิมทางใต้ต้องการอะไร?

#8 By peeate on 2008-03-19 02:04

ก็นาย มาม่าแมวสับ เค้า เลิกศึกษา พุทธตั้งแต่ม.ต้นหนิ... เค้าเรยไม่รู้ ถึงเขียนมาได้ขนาดนี้ เหอะๆ

เค้าอาจจะตีความสับสน ระหว่าง สิ่งที่ศาสนาสอนกับ ความเชื่อนะ โดยเค้าอาจจะเอาสิ่งที่เห็น แล้วมาเข้าใจว่าเป้นสิ่งที่ศาสนาสอน เพราะ เค้าไม่ได้ศึกษา ศาสนา...ไม่ต้องถึงกับจริงจังหรอก แค่ศึกษาบ้างก็จะรู้

ผมเองก็เห็นด้วยกับเค้านะ บางส่วนเพราะผมเองก็เชื่อในวิทยาศาสตร์ และผมก็เชื่อใน พระธรรม (ผมไม่คิดว่าตัวเองนับถือพุทธหรอกนะ) ผมนับถือคำสอน และผมคิดว่า คนที่คิดคำสอนนั่นเก่งมาก ไม่ว่าเค้าจะเป็นใครก็ตามHot!

#9 By หมูทอดซามะ on 2008-03-19 08:44

สำหรับผมแล้วนะ ศาสนาคือต้นเหตุของสงคราม แรงไปมั้ยอิๆHot! Hot! Hot!

#10 By ทอม on 2008-03-19 11:30

เห็นด้วยกับ #10

#11 By นักชวเลข on 2008-03-19 11:53

ศาสนาทุกศาสนาคือ "หนทาง" ครับ ไม่ใช่ "ความเชื่อ"


เห็นด้วยมากๆครับ

#12 By wesong on 2008-03-19 12:30

ขอเป็นชาวพุทธที่รักสงบ หยุดการปรุงแต่งจิดค่ะsurprised smile คนอื่นจะเข้าใจพิงค์ไหมนี่ อย่าทะเลาะกันเลย

#13 By 2spot studio on 2008-03-19 16:58

ดูชื่อก็สยองแล้วคะ มาม่าแมวสับsad smile

#14 By Duoartists in phuket on 2008-03-19 18:33

#7 วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากครับ

จะว่าไปทั้งความเห็นของคุณ มาม่าแมวสับ เขา ผมคงจะไม่คิดอะไรมาก หากมีส่วนไหนแสดงให้เห็นว่า เขาได้ศึกษาในสิ่งที่เขากำลังจะกล่าวถึงก่อนน่ะครับ

ปล. ผมว่าคุณไม่ได้เห็นด้วยกับเขาหรอกครับ แต่เข้าใจเขามากกว่า

#16 By Penz on 2008-03-19 20:32

ประเทศไทยเมืองพราหมณ์ชัดๆครับ แค่ทำนายพืชดอกยังเชื่อแม่โคกันอยู่เลย ไม่ต้องมีเทคโนโลยีอะไรวุ่นวายหรอก
*เพิ่มเติม* เห็นคอมเมนท์หลายคอมเมนท์แล้วใจหายหน่อย ๆ จุดประสงค์จริง ๆ ของ Entry นี้คือต้องการอธิบายว่า ก่อนจะกล่าวโทษสิ่งใดนั้น ควรจะศึกษาและทำความเข้าใจแก่นแท้ ของสิ่งนั้น ๆ ที่เป็นประเด็นก่อน หรือแม้แต่อย่าตีขลุมอธิบายมาตามความเข้าใจจากสภาวะแวดล้อม โดยปราศจากการศึกษาให้เห็นด้วยตนเอง

สังคมเรานั้นเสื่อมถอยลง เพราะความเข้าใจผิด ทั้งที่ยังขาดการศึกษา และไตร่ตรอง พุทธศาสนาเอง ก็เสื่อมถอยลง เพราะศาสนิกชนเชื่อตามคำบอกเล่ากัน จนขาดการศึกษาให้เข้าใจเนื้อแท้ของพระธรรม ทำให้ผู้มีปัญญาที่ขาดความรอบคอบ เกิดเบื่อหน่ายศาสนาทั้งที่ยังไม่มีโอกาศได้ศึกษาคำสอนที่แท้จริง

ขออภัยที่ทำให้หลายท่านเข้าใจประเด็นผิดไปครับ confused smile

#18 By Penz on 2008-03-20 01:39

ก็ยังดีไม่ใช่เหรอ ที่อย่างน้อยเรายังมีอะไรให้ยึดเหนี่ยวได้บ้าง
จะเป็นพุทธแท้รึไม่แท้ มันก็ไม่มีอะไรมาวัดมาตรฐานได้นี่นา
ยิ่งตัวของเราเองแล้วด้วย...sad smile

#19 By sjtree on 2008-03-20 12:54

ผมเชื่อตามหลักกาลามสูตรครับ ไม่ได้เชื่อเเบบงมงาย ไม่ว่าจะยุคสมัยใดสังคมย่อมเชิดชูคนทำดี ไม่เกี่ยวกับศาสนาหรือว่าเชื้อชาติ
อย่ามาเถึยงกันเลยครับว่าฉันไม่เชื่อศาสนาหรอกงมงายหรือว่าเเกนับถือเเต่เเกไม่เข้าใจหลัก บลาๆๆๆๆ
คิดดีพูดดีทำดี เป็นคนดี ก็เพียงพอเเล้วครับ

#20 By raysama on 2008-03-20 23:52

ศาสนาพูด กับ ศาสนาพุทธ มันก็ต่างกันอยู่ตรงนี้แหละครับ "พูด" พูดอย่างเดียวไม่ทำ พุทธ บางทีก็ทำทั้งที่ไม่พูด
พุทธแบบนี้เยอะขึ้นทุกวันครับทั่น

#22 By on 2008-03-23 15:20