อินเดียน่าโจนส์ กับ การเมืองไทย...

     

    ยังไม่ได้เปลี่ยน Theme อย่างที่สัญญาไว้ครับ ตอนนี้กำลังพยายามจัดตั้ง Studio ให้สำเร็จอย่างสุดชีวิต จนไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะฟังกับเหตุการณ์เร็ว ๆ นี้สักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มันกลัดอกจริง ๆ เก็บไว้คงไม่ไหวแล้ว มันต้องเขียน เผื่อสิบปีข้างหน้ากลับมาอ่านจะได้ไม่เสียดายที่ไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับ เรื่องนี้

     

    ก่อนจะเข้าเรื่องอะไรก็ตามต่อไปนี้ ผมมีวิดีโอจาก ยูธูป มาฝากพร้อมคำแปลครับ

     

    ชายแก่: ได้โปรดเถิด... ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว...

    ทหาร: หุบปากน่าตาเฒ่า

    ทหาร: เราสู้เพื่อประชาชนไม่ได้ถ้าปากท้องเรายังหิวนะ

    ชายหนุ่ม: ผมขอโทษแทนเขาด้วยครับ

    ชายแก่: มันก็เรื่องเดิม ๆ ยังงี้แหละ...

    ชายแก่: การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง คนเดือดร้อนก็คือประชาชนเราดี ๆ น่ะเอง...

    ชายหนุ่ม: แต่เราสู้เพื่อพวกคุณนะ

    ชายหนุ่ม: นายพลวิลล่า (ปองโช วิลล่า) ท่านว่า...

    ชายแก่: นายพลวิลล่า??

    ชายแก่: ฟังนะไอ้หนุ่ม... หลายปีก่อน...

    ชายแก่: ฉันควบม้าร่วมทางไปกับท่านชัวเรซ เพื่อขับไล่จักรพรรดิแม็กซิมิลเลี่ยน

    ชายแก่: ตอนนั้นฉันให้ไก่พวกเขาไปจนหมด... แต่ฉันไม่เสียดายสักนิดเพราะฉันคิดว่ามันคุ้มกันกับการได้เป็นอิสระ...

    ชายแก่: ต่อมาเมื่อพอร์ฟิลโล่ได้เป็นประธานาธิบดี ฉันชื่นชอบเขาสนับสนุนเขา แต่เขาก็มาเอาไก่ฉันไป

    ชายแก่: จากนั้นฮิวตาร์ก็มา เขาก็เอาไก่ของฉันไป...

    ชายแำก่: ผ่านไปอีกไม่กี่ปีคารานซ่าก็เข้ามา เขายังมาเอาไก่ของฉันไปเหมือนเดิม...

    ชายแก่: ทีนี้ ปองโช วิลล่า บอกว่าจะมาปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ แต่สิ่งแรกที่เขาทำ คือมาเอาไก่ของฉันไป...

    ชายหนุ่ม: แต่กองทัพของพวกเราต้องการอาหาร... เขามาเพื่อช่วยคุณ...

    ชายแก่: ช่วยชั้น... ช่วยชั้นงั้นเรอะ??

    ชายแก่: ช่วยแบบที่ คารานซ่า กับคนอื่น ๆ เคยทำงั้นเรอะ?

    ชายแก่: แล้วมันต่างอะไรกันล่ะ? ไก่ฉันมันไม่เห็นจะรับรู้อะไรด้วยเลย

    ชายแก่: การเปลี่ยนแปลงและปฏิวัติ เกิดขึ้นทั่วทั้งโลก มันผ่านมาแล้วก็จากไป ผู้นำมากมายเข้าประจำตำแหน่งแล้วก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง ทุกคนต่างก็เอาไก่ของพวกเราไปทั้งนั้น...

    ชายแก่: สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลง คือชื่อของคนที่มาเอามันไปเท่านั้นเอง

     

     

    จะหลงลมกันไปถึงไหน? จะไปนอนตายปูทางให้คนขโมยไก่ ขึ้นไปนั่งแทนที่คนขโมยไก่ทำไม? ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำประเทศแล้ว ย่อมต้องทำในสิ่งที่ชนในชาติไม่ชอบทั้งนั้น ขัดผลประโยชน์กับใครเขาก็ลุกขึ้นมา ปลุกระดมให้ไปไล่ แล้วสุดท้าย ก็มาเอาจากพวกเราอยู่ดี 

    เหตุการณ์วันนี้ มันเกิดขึ้นเพราะวันนั้น ไอ้คนขโมยไก่คนก่อนมันขายไก่ได้ 76,000 ล้าน แล้วมันไม่เอามาแบ่งโจรขโมยไก่แก็งค์อื่นให้ลงตัวกันเท่านั้นเอง ศีลธรรม กับ การเมือง มันไม่ใช่ของคู่กัน เฉกเช่นทางธรรมกับทางโลก ที่มันต้องสวนทางกันเสมอ วาทะของขงเบ้งในสามก๊กว่าไว้ "เป็นนักบวชแล้วโลภย่อมเป็นนักบวชที่ดีไม่ได้ เป็นผู้นำแล้วไม่โลภก็เป็นผู้นำที่ดีไม่ได้เช่นกัน" ในนิยามนี้ว่า หากผู้นำไม่โลภแล้ว จะแสวงหาผลประโยชน์มาให้ผู้ตามของตนได้อย่างไร

    อยากได้ศีลธรรมไปวัดเหอะครับ ไปชุมนุมขับไล่หรือสนับสนุนไอ้พวกเฮงซวยนี่ มันไม่ได้ทำให้โลกนี้มีอะไรดีขึ้นหรอก หนำซ้ำยังเสียชาติเกิดที่บิดามารดาอุตส่าห์เลี้ยงดูมา ไปเป็นเบี้ยเป็นหมาก ให้กับกลุ่มอำนาจการเมืองซะอีก

    ลูกหลานเรา คนรุ่นต่อไป ต้องการเสถียรภาพของประเทศ พวกเขาจะได้มีอนาคตที่ทำนายทิศทางได้ เลือกเรียน เลือกงาน เลือกการใช้ชีวิตได้อย่างไม่ติดขัด ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่ละครั้ง สร้างความไม่แน่นอน สร้างชีวิตที่วุ่นวาย งานการหาไม่ได้ เรียนจบมาแล้วตลาดไม่รับ สินค้าผลิตออกมาแล้วถูกห้ามวางขาย บริษัทตั้งแล้วต้องปิดกิจการ หนี้ที่เคยคิดว่าจะใช้สำเร็จก็ไม่มีเงินมาจ่าย 

    พอเหอะครับ ไอ้คำว่ามวลชนจัดสรรค์น่ะ ตรรกะมันขัดกันเองชัด ๆ คุณไปด่าว่าพี่น้องกสิกร ที่เขาปลูกข้าวให้คุณกิน ว่าโง่งมงายสารพัด โดนหลอกให้สนับสนุนเลือกทรราช แต่พอพวกเขาเข้ามา กลับบอกว่าจัดจ้างมา ไม่ได้อาสามาเอง ตกลงเขามา เพราะเขาเชื่อในทรราช หรือเป็นผีตายซาก รับเงินให้เดินมาครับ

    ไอ้การซื่อเสียงก็เหมือนกัน ผมนั่งมองประเทศนี้แล้วขำมาตลอดยี่สิบกว่าปีที่ลืมตาดูโลกนี้ ว่าการซื้อเสียงมันมีซะที่ไหน มันมีแต่การเอาเงินไปแจกเท่านั้น ถ้าการยกหีบบัตรไปเปลี่ยนนั่นว่าไปอย่าง ทางใต้แถวบ้านผมทำกันเยอะ คนสติดี ๆ ที่ไหนเขาจะเอาเงินไปแจกแล้วคาดหวังให้ชาวบ้านร้านตลาด เข้าไปลงคะแนนอย่างลับ ๆ แล้วผลได้ผลออกมากัน? ไอ้กรณีนี้มันเป็นข้ออ้างล้มรัฐบาลมากี่สมัยแล้ว แล้วมันต่างอะไรกับการเข้ามาเป็นนายกแล้ว เอาโครงการสร้างถนนไปแจกเงิน อบต. เอาข้าวของไปแจกในหมู่บ้าน?

    แต่ไม่น่าเชื่อ ผู้คนในประเทศนี้ ขึ้นชื่อระดับปัญญาชน เป็นคนเมืองหลวงแล้วด้วย หลงลมกับไอ้มุกเฮงซวยพวกนี้ทุกที เรามาถึงยุคที่ความรู้เริ่มด้อยราคาลงแล้วนะครับ ข้อมูลเริ่มเขาถึงทุกที่ตามความต้องการ มีข่าวสารเชิงกลับกันออกมามากมายตลอดเวลา สิ่งที่มีราคามากกว่าความรู้คือความสามารถในการจัดการกับความรู้ต่างหาก ฟังอะไรใครพูดมา พิจารณาแยกแยะตามตรรกะเอาเหอะครับ อย่าสักแต่ว่าคนรู้จักพูด คนที่นับถือพูด สื่อพูด แล้วเหมาเอาว่ายึดถือเป็นหลักได้เสียทั้งหมด

    ตอนนี้เรื่องมันใหญ่โต มีคนบาดเจ็บล้มตาย เศรษฐกิจเริ่มล้ม ผู้คนในชาติเริ่มสับสนรุนแรง เอาหน้าที่การงานไปปะปนกับขอบเขตสีเทาของการเมือง ฟังชัด ๆ นะครับ การเมืองมันเป็น "สีเทา" หากคุณมองเห็นเป็นขาว หรือมองเห็นเป็นดำ กรุณาอย่าเข้าไปยุ่งกับการเมือง มันจะเหมือนกับคนตาบอดพยายามยิงปืนเขาหาเป้าสำหรับคนตาดีน่ะแหละ ยิงให้ตายก็ไม่ถูก แถมอาจมีคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โดนลูกหลงด้วยอีกต่างหาก

    นี่จะว่าผมอยู่ข้างไอ้ทักกี้มันก็ไม่เป็นไร โดนจนชาแล้ว กลายเป็นคนบูชาทักกี้ทั้ง ๆ ที่ด่ามันว่าเป็นโจรลักไก่ไปหยก ๆ ...

     

     

    สรุปว่าที่พิมพ์มาซะยาวเหยียดนี่คาดหวังอะไร?

    ไม่ได้คาดหวังอะไรหรอกครับ แค่สนองตัณหาตัวเองจากความต้องการที่จะพิมพ์ ไม่งั้นมันกลัดกลุ้มใจ กลัววันหน้าเสียดายว่าน่าจะบันทึกสิ่งที่ตัวเองคิดเห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น นี้ไว้ 

     

     

    สุดท้ายสำหรับหลายท่านที่อาจข้ามมาอ่านแต่ตอนจบ...

    ชาติมันมาถึงจุดที่มันเป็นนี้ เพราะชนทั้งชาติมันรู้เห็นเป็นใจด้วยกัน ไม่มีบุรุษหรือสตรีผู้ใดในสากลจักรวาลนี้ มันสร้างความเสียหายกับชาติ โกงกินชาติ หลอกลวงคนทั้งชาติได้ โดยที่คนในชาติไม่สมยอม 

    ผมไม่ได้ต้องการส่งสัญญาณบอกพวกท่านว่า อย่าทำอะไรให้อยู่เฉย ๆ แล้วรับชะตากรรมไป แต่หากจะเคลื่อนไหวอะไร ให้เคลื่อนอย่างฉลาด มีสติ กลับมาเคลื่อนธุรกิจการงานที่บ้าน สร้างเงินทองให้ครอบครัว สร้างงานให้ลูกจ้าง สร้างผลผลิตให้ลูกค้า สร้างเงินตราให้ประเทศ เราทุกคนคืออนาคตของคนรุ่นต่อไป มัวแต่โดนเขาหลอกไปเดินมั่วซั่ว ครอบครัวเสียรายได้ ลูกจ้างตกงาน ลูกค้าขาดสินค้าบริการ ประเทศชาติขาดเงินตรา ลูกหลานขาดอนาคต

    สุดท้ายสิ่งที่ได้มา ก็แค่วัฒนธรรมการเมืองที่นำไปสู่หายนะระยะยาวเท่านั้นเอง... ชาติไทยกำลังแพ้ เราไม่ผลิตอาวุธทางวัฒนธรรมไปแข่งขันในเวทีโลก เราไม่ผลิตคนรุ่นต่อไปที่มีศักยภาพ ระวังไว้เถอะ อีกร้อยปีต่อจากนี้ คำว่าไทยจะสถิตย์อยู่แต่ใน วิกิพีเดีย เท่านั้น...

     

     

    ขอบคุณที่ทนอ่านได้จนจบครับ

    Penz

     

    Comment

    Comment:

    Tweet

    สิทธิที่จะทำ จนลืมหน้าที่ที่จะปฏิบัติ

    จรรณยาบรรณของคุณอยู่ไหนล่ะ

    ตอนนั้นผมเองยังเซ็งเลยครับ เวลามีช่วงเวลาให้ นศพ.ไปเข้าวัดฟังธรรม ทำไมต้องปลูกฝังกันนักหนา ตอนนี้ก็เลยเข้าใจมากขึ้นแล้วว่าทำไม เพราะหมอที่ขาดจริยธรรมมันแย่อย่างนี้นี่เอง

    #2 By on 2008-10-09 15:01

    กฏหมายบัญญัติไว้แล้วไม่ทำตามนั่นแหละประด็น
    กฏหมายบัญญัติไว้บนฐานของศีลธรรม จรรยาบรรณ

    แล้วพวกโจมตีหมอว่าไม่มีจรรยาบรรณล่ะ ?? ทำไมไม่ไปวัด?? อยากให้หมอมีจรรยาบรรณมาก

    แต่เหนื่อยเหมือนกัน เพราะปัญญาชนเดี๋ยวนี้เชื่อขี้ปากชาวบ้านมากกว่าข้อเท็จจริง
    คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

    นายกคนก่อนที่ทำไว้ นอกจากจะขายชาติตัวเองแล้ว ยังจะขายอังกฤษให้แขกมุลสลิมอีก ชั่วร้ายไหม?

    ทีมบอลจะเจ๊งอยู่แล้ว ไอ้แขกนั่นมันจะซื้อทำไม?? อ้อก็ง่ายๆ อิสลามอยากจะแทรกแซงองค์กรใหญ่ๆแต่ละประเทศไง

    #1 By Shuu Exteen on 2008-10-09 09:30